ขอวีซ่า(มาอเมริกา)ให้ผ่าน-ภาค 2

This item was filled under Come to USA

flag1วันก่อนเขียนถึงเรื่องขอวีซ่ามาอเมริกาให้ผ่าน เน้นที่ปัจจัยเกี่ยวกับ “ตัวเรา” ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนให้ได้คะแนนนิยม ดูน่าเชื่อถือ เพิ่มการยอมรับจากเจ้าหน้าที่สถานทูต ไปแล้วนั้น วันนี้ขอพูดถึงปัจจัยอื่นๆ ที่จะทำให้เขาเชื่อว่าเรามี “Strong Ties” สายสัมพันธ์ที่แน่นหนาที่จะดึงให้เรากลับเมืองไทย ไม่หนีไปหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ต่างแดน นะคะ

การศึกษา Education

อเมริกาให้การต้อนรับคนที่จบอย่างน้อยปริญญาตรี (Bachelor’s degree) ค่ะ เพราะคนที่นี่ส่วนมากจบแค่มัธยมปลายซึ่งรัฐส่งให้เรียนฟรี คนจะเรียนต่อระดับอุดมศึกษาต้องขวนขวายหาทุนหาเงินเรียนเอง เขาจึงให้ค่ากับการศึกษาพอควรค่ะ และเชื่อว่าหากใครจบระดับปริญญาคงจะหางานดีๆ ทำที่ประเทศของตัวเองได้ไม่ยาก คงไม่คิดเสี่ยงไปผจญกรรมต่างแดนเท่าไรนัก อีกทั้งคนมีความรู้ เป็นประโยชน์กับประเทศ ใครๆ ก็อยากต้อนรับ

ได้ยินมาว่า หากจบจุฬาฯหรือธรรมศาสตร์ฯ จะได้วีซ่าไม่ยาก ให้เน้นว่าจบมาจากสถาบันมีชื่อเสียงนี้ แต่หากใครที่จบจากมหาวิทยาลัยอื่น แนะนำให้โชว์เกรดที่ดี หรือหากมีประกาศนียบัตรชนะการแข่งขันต่างๆ เคยเป็นหัวหน้าชมรม ประธานนักเรียน เป็นต้น ก็ให้พูดกล่าวถึงหรือหาโอกาสยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ดู เพิ่มคะแนนความเป็นหัวกะทิของเราค่ะ

การงาน Career

หากเพิ่งจบการศึกษามาใหม่ๆ สดๆ ก็อาจมีโอกาสได้วีซ่าน้อยกว่า คนที่มีประวัติการทำงานมายาวนานหรือมั่นคงแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่กลัวเราจะหนีไปทำงานในอเมริกา (หากไม่ได้ขอวีซ่าประเภททำงาน) ถ้าเป็นไปได้ ให้ทำงานไปสักปี หรือจนกว่าบริษัทออกใบรับรองการทำงานให้ (บางแห่งผ่านช่วงทดลองงานก็ออกให้ค่ะ) ยิ่งถ้ามีตำแหน่งดีๆ (ตำแหน่งรองประธานในบริษัทที่มีกันอยู่สองคน :) หรือมาจากบริษัทชื่อดังก็ยิ่งดี ถ้ามาจากบริษัทต่างชาติยิ่งดูเลิศขึ้นนิดด้วยค่ะ หากเป็นเจ้าของกิจการ (Business Owner) ที่ธุรกิจมั่นคงมาสักระยะ ก็จะยิ่งมีภาษีดีกว่าใครเพื่อน

ปัจจัยเรื่องการงาน ถือเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาออกวีซ่าค่ะ เพราะเงินทองใครก็ไม่อยากให้รั่วไหลไปอยู่ในมือคนต่างชาติใช่ไหมค่ะ เขาก็กลัวเราไปทำมาหากินแข่งกับคนอเมริกัน (ยิ่งไม่จ่ายภาษีด้วย เขายิ่งกลัวใหญ่)

การเงิน Financial

เป็นปัจจัยที่ “แป” ว่าสำคัญที่สุด มีเงินนับว่าน้อง มีทองนับเป็นพี่ นั้นใช้ได้ทั่วโลกกับคนทุกชาติทุกภาษาเลยล่ะคะ เราไม่มีเงิน ใครเขาก็กลัวจะมาลักลอบเป็นต่างด้าวผิดกฎหมาย มาเกาะกินสร้างความเสียหาย

ดังนั้นควรมีเงินในบัญชีธนาคารฝากประจำไว้อย่างน้อยครึ่งปี ส่วนจะกี่แสนกี่สิบล้านนั้น  คงต้องแล้วแต่ประเภทวีซ่าที่ขอนะคะ หากเป็นวีซ่านักเรียนคงต้องให้ครบพอจ่ายค่าเทอม ค่าตำรา กินอยู่ (ได้ยินมาว่าอย่างน้อย ล้านบาท) หากเป็นวีซ่านักท่องเที่ยว อย่างน้อยก็น่าจะแสนสองแสน (หากจะไปเที่ยวนานกว่าเดือนก็อาจต้องมีมากกว่านั้น) เพราะแค่ค่าตั๋วเครื่องบินก็ครึ่งแสนบาทเข้าไปแล้วคะ

หรือถ้ามีรถมีบ้านเป็นของตัวเอง ก็นำเอกสารการเป็นเจ้าของ เช่น โฉนดที่ดิน ไปแสดงให้เขาดู ยืนยันการมีหลักมีฐานในบ้านเกิดได้อย่างดี

ครอบครัว

เป็นปัจจัยสำคัญที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่า จะผูกพันให้ผู้สมัครไม่คิดหนีจากคนที่รักไป เปอร์เซ็นต์คนหนุ่มๆ สาวๆ ขอวีซ่าผ่านจึงมีน้อยกว่าคนสูงอายุซึ่งมีลูกมีหลานนะคะ ถ้าคนในครอบครัวหรือญาติๆ มีฐานะการงาน การเงินดี เป็นคนมีชื่อเสียง ก็ให้เปรยๆ เอ่ยๆ บอกเจ้าหน้าที่เขาไปนะคะ อย่างน้อยก็ให้เขารู้นิดนึงว่า เราไม่อดอยากขนาดต้องไปดิ้นรนเมืองไกล เรามีคนใกล้ชิดที่ยิ่งใหญ่และัรักเราค่ะ

ยิ่งถ้ามีธุรกิจครอบครัว (Family Business) ด้วยยิ่งต้องบอกให้เขารู้ เพราะจะเหมือนมีหลายปัจจัย การงาน การเงิน และครอบครัว ที่จะดึงเราให้กลับมาตามเวลาที่กำหนดไว้

อ่านๆ แล้วอาจจะเหนื่อยกับการขอวีซ่ามาอเมริกา แ่ต่อย่าเพิ่งท้อนะคะ โอกาสใดๆ จะเกิดขึ้นได้ เราก็ต้องต่อสู้ฝ่าฟัน คว้ามาครองให้ได้ ใช่ไหมค่ะ เดี๋ยวฉบับหน้าจะมาคุยเรื่องการตอบคำถามกันค่ะ

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

4 Comments on “ขอวีซ่า(มาอเมริกา)ให้ผ่าน-ภาค 2”

  • nong-one
    3 February, 2009, 9:28

    อ่านแล้วเศร้าปัจจัย “เน้นที่ตัวเรา” ปัจจัยที่ว่า หายากเหลือเกินที่ตัว ธุรกิจครอบครัวก็พอจะได้ ด้านการศึษาก็ไม่ถึงปริญญาตรีเหมือนคนอื่นเขา คู่ครองก็ บ่ มี แล้วจะได้ไปกับเค้ามั้ยเนี่ย แย่จัง !

  • 3 February, 2009, 18:21

    เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากเลยนะครับ
    ขอบคุณที่แบ่งปันข้อมูลครับ

  • usabypacific
    3 February, 2009, 22:34

    อยากให้มีความมั่นใจและมองหาข้อดีในตัวเรามากกว่าคิดว่าเราไม่มีอะไรนะคะ คุณหนึ่งมีธุรกิจครอบครัว ก็อยากให้ชูเรื่องนี้ให้เด่น ตอนยื่นเอกสารอาจแนบใบจัดตั้งและผลประกอบการหรือใบเสียภาษีของบริษัทไปด้วย ยิ่งถ้าบริษัทเป็นเจ้าของตึกที่ทำการอยู่แนบโฉนดด้วยยิ่งดี นามบัตรใส่ตำแน่งหรูๆ ก็ช่วยได้ค่ะ

  • 13 October, 2009, 12:21

    ขอบคุณสำหรับความรู้และคำแนะนำดีๆครับ

Leave a Comment