ไปซานฟราน
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไง คิดถึงเมืองซาน ฟรานซิสโก (San Francisco) ค่ะ อยากกลับไปอีกครั้ง ดังนั้นจึงขอถือโอกาสเล่าถึงสถานที่เที่ยวของเมืองให้ผู้อ่านฟัง เผื่อตนเองจะหายคิดถึงเมืองแห่งเสน่ห์นี้นะคะ
ซานฟรานเคยยิ่งใหญ่สมัยยุคตื่นทอง (Gold Rush) เมื่อประมาณปี 1849 และเสียหายเกือบสูญเมืองเมื่อตอนแผ่นดินไหวปี 1906 แต่ซานฟรานก็ฟื้นและกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมได้ จนตอนนี้กลายเป็นเมืองทันสมัย นำแฟชั่นและก้าวหน้าไม่หยุดนิ่ง โด่งดังทั้งในความเจริญทางด้านธุรกิจ สถานที่น่าท่องเที่ยว อาหารอร่อย บ้านเรือนสวยงามน่าอยู่ และมีอากาศดีตลอดปี
ถ้าจะมาเที่ยวซานฟรานนั้น สถานที่ไม่ควรพลาดมีอย่างน้อย
เขตเมืองจีน (China Town) ในซานฟราน ถือว่าเก่าแก่ที่สุดในอเมริกา และใหญ่ที่สุดนอกเขตประเทศเอเชียน ลือกันว่าอาหารที่นี่อร่อยกว่าที่เมืองจีนด้วยซ้ำ (“แป” เคยกินหมั่นโถวที่นั่น อร่อยจนน้ำตาไหล ร้านโจ๊กก็สุดยอด) บวกกับความเป็นจีนที่็เข้มข้นมาก เพราะขนบธรรมเนียมยังคงถูกรักษาไว้อย่างดี (ที่ไม่ดี เช่น ถุยน้ำลายข้างทาง ก็ยังมีให้เห็นค่ะ ต้องทำใจนิด) ถ้ามีโอกาสต้องไปช่วงตรุษจีนค่ะ มีการแสดงยิ่งใหญ่จนลืมไปเลยว่าอยู่อเมริกา
ถนนเกย์ (ที่นี่เรียกผู้หญิง ผู้ชายที่รักเพศเดียวกันว่าเกย์ Gay ค่ะ ไม่เหมือนเมืองไทยที่คำนี้ใช้หมายถึงผู้ชายเท่านั้น) ถนน The Castor ดูหน้าตาผ่านๆ ก็เหมือนถนนทั่วไป แต่ถ้าดูดีๆ จะเห็นคนรักกันที่ไม่ธรรมดาเดินเต็มไปหมดค่ะ ร้านรวงแขวนธงรูปรุ้งหรือใช้สีของรุ้งประดับ (รุ้งเป็นสัญลักษณ์ของพวกเกย์) มีภาพยนตร์เกย์และเลสเบี้ยนฉายประจำปีด้วยนะคะ ไปเดินดูเอาสีสันก็สนุกไปอีกแบบ เห็นแล้วรู้เลยว่าซานฟรานเปิดกว้างให้กับทุกผู้คน
คุก Alcatraz หรือที่เรียกกันว่า The Rock ใช่แล้วค่ะ จากภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง เดอะ ร็อก ซึ่งใช้สถานที่จริงถ่ายทำ เพราะเคยเป็นคุกดังที่นักโทษคนใดเข้าไปแล้วไม่มีวันได้ออกมาเป็นๆ ถึงจะเล่าลือกันว่ามีนักโทษบางคนหนีออกมาได้ แต่ก็ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่ารอดมาถึงฝั่งอย่างปลอดภัย ตอนนี้ที่คุกดังแห่งนี้ เปิดทัวร์ให้ไปเที่ยวชม ไปดูห้องขังนักโทษดังอย่าง Al Capone ได้ค่ะ
แต่ถ้าใครไม่อยากไปดูสถานที่ที่อาจทำให้ห่อเหี่ยวใจแบบคุกกักขัง “แป” ก็แนะนำให้ไปเดินเที่ยวแบบไม่เสียเงินที่ Fisherman’s wharf ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีชาวประมงแถวนั้นแล้ว กลายเป็นนักท่องเที่ยวที่มาพร้อมร้านรวงขายของที่ระลึก ร้านอาหารต่างๆ เต็มท่าเรือ ต้องลองแวะไปท่าหมายเลข 39 (Pier 39) นะคะ ไปดูแมวน้ำ (Sea lions) นอนตากแดดส่งเสียงดังอย่างสบายใจ กลิ่นตัวรุนแรงนิดหน่อย แต่ดูได้เพลินๆ เด็กๆ ชอบ ผู้ใหญ่ก็ชมคะ
อีกแห่งที่ห้ามพลาดเด็ดขาด คือ ไปดูสะพานซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง Golden Gate Bridge สะพานแขวนสีแดงส้ม ยาวสองไมล์ที่ตัดกับท้องน้ำสีครามด้านล่างได้อย่างสวยงาม เป็นสะพานที่ดูทันสมัยมาจนทุกวันนี้ แม้ว่าจะสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 1937 แต่อาจจะต้องหาฤกษ์งามยามดีวันที่ไปดู (ดูสะพานนะคะ ไม่ใช่ดูหมอดู) เพราะหากเป็นวันหมอกลงจัด จะมองไม่ค่อยเห็นค่ะ
จะให้เรียกว่าไปถึงซานฟราน ก็ต้องไปนั่งรถเคเบิ้ล (Cable Car) ให้ได้ค่ะ เป็นรถเคเบิ้ลที่เดียวในโลกที่ใช้คนขับ และเปิดให้บริการมาร้อยกว่าปี เสียงกระดิ่ง ดิ่ง ดิ่ง ดิ่ง สลับกับเสียงนักท่องเที่ยวกรี๊ดกร๊าดอยู่บนรถ รถวิ่งขึ้นเขาลงเนิน ผ่านกลางถนน ท่ามกลางตึกสูงและบ้านทรงวิคตอเรียสไตล์ (Victorian- style home) ที่คล้ายบ้านในการ์ตูน แถมวิ่งเรียบชายฝั่ง รับลมทะเลเย็นชื่นใจ ทำให้ตัวเรารู้สึกเป็นนางเอกหนังเรื่อง พริกขี้หนูหมูแฮม ได้ไม่ยากเลยค่ะ
แวะไปซานฟรานเมื่อไร เขียนมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ




