งานนวดในอเมริกา
มีหลายคนสนใจอยากจะทราบเรื่องงานนวดในอเมริกา วันนี้พอมีเวลาเลยหาข้อมูลมาฝากค่ะ
ด้วยความที่อเมริกาแบ่งการปกครองเป็นแต่ละรัฐ (ถึงตั้งชื่อประเทศ “สหรัฐอเมริกา” United States of America) กฎหมายจึงแล้วแต่ๆ ละท้องถิ่น รวมไปถึงกฎเกณฑ์การเป็นหมอนวดด้วยค่ะ (แบบนวดอาชีพ ไม่ใช่นวดแถมนาบน่ะคะ) เข้มงวดมากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐค่ะ
ขั้
นตอนคร่าวๆ สำหรับผู้สนใจจะประกอบอาชีพนวด Massage Therapist ที่อเมริกานั้น
- ควรถามตัวเองให้แน่ใจว่า รักหรือชอบจะเดินทางสายนี้แน่ไหม ต้องไปจับเนื้อต้องตัวใครก็ไม่รู้ นวดก้นนวดตีนชาวบ้าน ไม่ควรคิดแค่ว่าทำเพราะเงินเท่านั้น ไม่งั้นทำไปสักพักจะไม่ชอบ เบื่อหน่าย…เสียดายค่าเล่าเรียน หรือไม่คุ้มกับเวลาที่ต้องเสียไป ดังนั้นจึงควรถามไถ่ให้รู้จักธรรมชาติของงาน ลองฝึกงาน หรือลองทำตัวเป็นลูกค้าไปนวด เพื่อรู้จักงานนี้อย่างแท้จริง
- ลองคาดว่าจะมาอยู่ที่รัฐไหน หาข้อมูลการประกอบอาชีพนวดของรัฐนั้นๆ ว่ามีความยากง่ายแค่ไหน ไล่ตั้งแต่บางรัฐต้องเรียน 500 บางรัฐถึง 1,000 ชั่วโมง หลายรัฐต้องสอบผ่านข้อสอบมาตราฐาน ดังนั้นจึงควรหาข้อมูลกฎเกณฑ์รัฐนั้นให้ดี เพื่อจะได้ตัดสินใจได้ว่า ควรย้ายรัฐจะดีกว่า หรือควรสู้ไม่ถอยต่อไปดี http://www.amtamassage.org/government/state_laws.html
- หาโรงเรียนที่ได้รับการรับรอง Accredited ซึ่งระดับการรับรองก็มีหลายระดับ อาจแค่ของท้องถิ่น รู้จักยอมรับกันได้ หรือระดับของรัฐนั้นๆ หรือถ้าจะให้ดีควรได้จากกระทรวงศึกษาของอเมริกา (USDE) วิชาที่ต้องเรียนก็เช่น ร่างกายคน เนื้อเยื่อกับอวัยวะ กล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว ธุรกิจ และจริยธรรม เป็นต้น โรงเรียนบางแห่งก็ช่วยหางานให้ทำหลังเรียนจบด้วยนะคะ
สอบเอาใบประกาศ Certified หรือใบอนุญาตประกอบอาชีพ License โดยสอบข้อสอบของ National Certification Examination for Therapeutic Massage and Bodywork (NCETMB) ให้ผ่านค่ะ ตัว “แป”เองไม่เคยสอบ แต่เดาว่าไม่ง่ายแน่ๆ แต่หากสอบผ่าน โอกาสหางานก็เพิ่มขึ้น สปาหรือร้านนวดดังๆ ก็มักรับแต่ผู้ที่ผ่านข้อสอบมาตราฐานนี้เท่านั้น อีกทั้งอย่างน้อย 33 รัฐก็ระบุว่า ต้องสอบข้อสอบนี้ผ่าน จึงสามารถประกอบอาชีพนวดได้
งานนวดก็เหมือนวิชาชีพอื่นๆ ที่ต้องลงทุนทั้งในด้านเวลาศึกษา เงินค่าเรียน และความอุตสาหะอ่านตำรา ไปฝึกงาน ไหนจะต้องต่อใบรับรองวิชาชีพทุก 4 ปี โดยต้องทำงานนวดไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมงและเรียนเพิ่มเติมจนครบที่กำหนดด้วย (ไม่ใช่ได้ใบรับรองไปตลอดชีวิตค่ะ) ดังนั้นจึงต้องคิดให้ดีๆ ว่าจะเดินทางสายนี้แน่หรือไม่
แต่งานนวดก็มีข้อดีมากมาย ได้ช่วยคนให้ผ่อนคลาย หายเจ็บปวด หายเมื่อย และยังได้ค่าตอบแทนที่ไม่เลวเลย แถมความต้องการและจำนวนลูกค้าก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อนาคตในอาชีพนี้จึงค่อนข้างสดใส
ปล. นอกจากงานวดให้คน ไม่ว่าจะหญิง ชาย เด็ก แล้ว งานนวดให้สัตว์เลี้ยง เช่น หมา แมว ม้า ก็กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยนะคะ




20 Comments on “งานนวดในอเมริกา”
ขอบคุณพี่แปมากๆนะคะที่ช่วยตอบข้อสงสัย
แต่ยังไงๆหนูก็ยังมุ่งมั่นอยากที่จะไปทำงานที่อเมริกาให้ได้ค่ะ
หนูเคยไปโครงการwork&travel มาแล้ว2ครั้งค่ะ ไม่ทราบว่าจะส่งผลดีต่อการขอวีซ่าครั้งหน้ารึเปล่าคะ
หากว่าการขอวีซ่าเพื่อไปทำงานนวด เป็นไปได้ยาก
พี่แป พอจะมีข้อแนะนำเรื่องการขอวีซ่าแบบอื่นที่ง่ายกว่านี้ไหมคะ
ประมาณว่าค่อยไปแอบทำงานนวดไทยและฝ่าเท้าน่ะค่ะ
หนูอยากไปอยู่ที่นั่นหลายๆปีน่ะค่ะ ทำไงดีคะพี่ช่วยชี้แนะทางเลือกให้หน่อยนะคะ
ปล. ถ้าจบสปาคอร์สนี้หนูจะได้certificates ที่รับรองจากกรมการแพทย์แผนไทย และได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าจบจากที่นี่คือเก่งไปเลยค่ะ เพราะเป็นการกดจุดรักษาโรคได้ด้วย
ขอถามเพิ่มอีกนิดนะคะ
จากที่อ่านกระทู้นี้ พี่หมายถึงว่า หากเข้าไปทำงานนวดในอเมริกาแล้ว
ทุกๆคนจำเป็นต้องเรียนใหม่หมดเลยรึคะ แล้วใบประกาศที่ได้รับมาจากเมืองไทยก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสิคะ T_T
สถาบันที่หนูกำลังเรียนอยู่นี้มีชื่อเสียงด้านการรักษาบำบัดรักษาโรคแบบจีนเลยล่ะค่ะ
อีกทั้งยังเป็นตัวแทนสถาบันการแพทย์แผนไทย ดังนั้นประกาศนียบัตรที่จะได้จะได้จากสถาบันแพทย์แผนไทย อีกทั้งบริษัทที่สอนก็จะออกให้อีกด้วยค่ะ
ข้อเสียคือการนวดของที่นี่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกเจ็บมากค่ะ เพราะตามหลักแบบจีนต้องกดเน้นแรงๆเพื่อผลการรักษาที่ได้ผลเร็วกว่าการนวดเบาๆนะคะ. นี่แหล่ะฝรั่งเค้าจะไม่ชอบเพราะไม่รู้ว่านี่คือการรักษาโรคแทนการทานยาเคมีบำบัด
สุดท้ายก็ขอขอบพระคุณพี่แป อีกทีสำหรับความใจดีมีน้ำใจ ช่วยแนะแนวทางให้คนมากมายค่ะ
ขอแสดงความนับถือนะคะ.
ช่วงนี้หนูกำลังเรียนคอร์สนวดเท้าไทยกับสถาบันที่ว่าไว้อยู่น่ะค่ะ
ทำให้ไม่ว่างมาดูเลย ตอนนี้กำลังหาหอพักด้วยค่ะ (^_^)
เคยมาเมกาแล้ว ขอวีซ่าอีกครั้งก็ง่ายขึ้นเยอะนะคะ ส่วนจะมาทำงานหลายปี คงต้องหาบริษัทที่เขายินดีรับทำเรื่องวีซ่าทำงานให้ H1-B visa หรืออาจหาโครงการแลกเปลี่ยนมาฝึกงาน J-1 visa ซึ่งตอนนี้อาจจะยาก เพราะเศรษฐกิจที่นี่ไม่ค่อยดี รัฐไม่ค่อยอยากออกวีซ่าทำงานให้คนต่างชาติ มีอีกอย่างคือขอวีซ่านักท่องเที่ยวแล้วโดด ไม่สนับสนุน แต่ก็ไม่ประนามค่ะ
ขออำภัยไม่แน่ใจเรื่องใบประกาศจากเมืองไทย อาจต้องลองถามจากสถาบันที่น้องทำงานอยู่ว่าโอนมาที่เมกาได้ไหม น่าจะได้ข้อมูลดีกว่านะคะ
ใช่ค่ะ ฝรั่งไม่ชอบนวดแบบเจ็บๆ เขาชอบนวดน้ำมัน เพราะผิวเขาแห้งและสากมาก อีกทั้งชอบนวดแบบผ่อนคลาย เพราะชีวิตเครียดเหลือเกิน ไม่ได้อยากเสียเงินทรมานร่างกายให้ระบมค่ะ แหะๆ รูปถ่ายโฆษณาสปาเลยต้องแบบหลับตาพริ้ม ยิ้มเล็กน้อย ไม่ใช่ร้องโอดครวญนะคะ แถมฝรั่งตัวใหญ่เท่าลูกฮิปโป กดไปอาจไม่เจอจุดด้วยคะ
ขอบคุณพี่แปมากๆเลยค่ะ ที่ช่วยแนะนำเรื่องประเภทของวีซ่าให้
ถ้าเป็นวีซ่านักท่องเที่ยว หนูคงขอไม่ได้นะคะ เพราะว่าstatement ที่บ้านไม่มีมากพอค่ะ
ที่บ้านเอาเงินไปลงทุนสวนยางพารา และสร้างบ้านเช่า เกลี้ยงเลย แหะๆ
เมื่อก่อนเลยไปj-1ด้วยการขอยืม statement หลักแสนของญาติน่ะค่ะ
ดังนั้น ความพร้อมทางการเงินจึงมีไม่มากนัก
จะให้ไปทำออแพร์คงไม่ไหวค่ะ ไม่ค่อยชอบเล่นกะเด็กเลย
มันเปนการลงทุนต่ำ่ก็จริง แต่ค่าแรงน้อยมากๆๆๆๆๆๆๆ แถมห้ามทำงานsecind job แค่ให้เฝ้าเลี้ยงดูลูกเขาอย่างเดียว
แบบนี้ไม่พอใช้จ่ายและไม่ได้ส่งให้แม่ แน่ๆเลยค่ะ
ส่วนเรื่องใบcer ที่ได้รับการรับรองดีกรีนั้น ผู้จัดการร้าน และอีกหลายๆ อาจารย์ต่างก็บอกว่า เมกา ยุ่งยากจริงๆ
หากไปก็ต้องไปเรียนเอาใหม่กับสถาบันที่ในประเทศเมกา อีกที
ดูเหมือนจะไม่มีไผแนะนำเลยค่ะพี่ขา เพราะว่าต้องเสียค่บเรียนใหม่หมด
เป็นการไปเพิ่มภาระรายจ่ายก่อน แล้วจากนั้นต้องทำไงต่อหนูก็ไม่รู้เลยค่ะพี่แป
แต่ยังไงก็ตามยังมุ่งมั่นจะกลับไปเหยียบที่นั่นอีกค่ะ
หลงใหลอเมริกาซะแล้ว ไม่มีเหตุผลใดๆค่ะ
ไปwork travelปีแรกแล้วชอบล่ะมั๊งคะ ได้ความรู้สึกดีๆและได้เห็นสิ่งที่แตกต่างจากบ้านเมืองเราอย่างมากๆ
ยังไงๆก็จะติดตาม กระทู้พี่แปต่อไปนะคะ
ได้คำแนะนำที่ดีมากเลย
Take care of yourself and having good luck of all na jaa
เป็นกำลังใจให้นะคะ พี่เองมาเมกาครั้งแรกด้วยวีซ่า j-1 ก็ชอบมาก พอมาครั้งที่สอง ไม่ชอบเลย แต่ก็เหมือนสวรรค์แกล้งส่งมาอีกที คราวนี้อยู่ยาวเชียว
อดทนรอนิดคะ แล้วสิ่งที่หวัง สิ่งที่มุ่งมั่นอยากได้ก็จะมาถึง ช้าหน่อยเท่านั้น ตอนนี้เก็บประสบการณ์ทำงาน และเรียนรู้รสนิยมลูกค้าต่างชาติไปก่อนนะคะ โชคดีค่ะ
ชอบมากๆ เลยค่ะ พอดีหนูกำลังเดินทางไปอเมริกาเหมือนกัน แต่มีความรู้ทางด้านสปาค่อนข้างที่จะเยอะมากๆซึ่งตอนนี้ก็เป็นหัวหน้าสปาอยู่ที่เกาะสมุยค่ะ มีความตั้งใจว่าถ้าไปที่นั่นอยากจะทำงานสปามากๆ นะค่ะ
แต่ตอนนี้กำลังรอวีซ่าคู่หมั่นอยู่ค่ะ เพราะตอนนี้เอกสารยังส่งมาไม่ถึงเลยละค่ะ ก้อเลยอยากได้คำแนะนำจากพี่ด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากๆ นะค่ะ
ขอต้อนรับสู่อเมริกานะคะ ไม่แน่ใจจะขอคำแนะนำเรื่องวีซ่า หรือ เรื่องทำงานสปา ถ้าวีซ่าคู่หมั้นต้องแต่งภายใน 90 วันคะ แล้วก็ได้ใบทำงานหรือกรีนการ์ดในอีกไม่นาน
ส่วนทำงานสปาต้องเรียนอีกหน่อย แต่หางานไม่ยาก กำลังได้รับความนิยมคะ
ตอนนี้ติดต่อจะได้สัมภาษณ์เจ้าของร้านนวดดังในแอลเอ ถ้าได้ข้อมูลเมื่อไร อย่างไร จะนำมาเล่าสู่กันฟังนะคะ โปรดรอติดตามค่ะ
ตอนนี้กำลังที่อเมริกาได้วีซ่าแล้ว แต่ว่าตอนที่ไปแจ้งออกนอกประเทศที่กรมแรงงาน เค้าบอกว่าจะต้องเอาสัญญาไปประทับตราที่กงสุลไทยในอเมริกาก่อน ขั้นตอนนี้ดำเนินการช้ามาก เพราะอยู่คนละรัฐ
อยากทราบว่าจะมีวิธีไหนบ้างที่จะเร็วขึ้นบ้าง
รบกวนแนะนำด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ลองโทรถามที่กงสุลโดยตรงนะคะ โทรไปฝากข้อความได้ เพราะได้ยินมาว่าเขาจะไม่ค่อยรับโทรศัพท์ แต่จะพยายามโทรกลับ สาขาแอลเอ http://www.thai-la.net/etc/contact.htm
สาขาเมืองหลวงดีซี http://www.thaiembdc.org/AboutEmb/contact.aspx
แล้วถ้าจบแพทย์แผนไทย มาเลยหละ จะไปทำการรักษาโดยการนวด ยาสมุนไพร ได้หรือไม่หรือต้องสอบใบอนุญาติ ฝั่งเข็มแบบแพทย์แผนจีน แต่ก็อีกหละรักษาแผนไทยเจ็บมากเพราะมันเป็นการกดจุด ไม่ใช่การนวดอะ
เท่าที่ทราบ จบแพทย์แผนไทย ตามกฏหมายที่อเมริกา ไม่สามารถใช้ทำงานหรือรักษาคนที่อเมริกาได้เรื่องไลเซ่น ยังไม่เห็นมีค่ะ ส่วนแพทย์แผนจีน จะต้องเรียนและสอบไลเซ่นก่อน ใบที่จบมาจากเมืองไทย เช่นนวดไทย นวดอะโรม่า มาใช้ที่อเมริกาไม่ได้ค่ะ นอกจากสอบไลเซ่นได้ก่อน แล้วเอาใบต่างๆที่มีมาเสริมความรู้ ว่าผ่านการเรียนเพิ่มเติม หลังจากมีไลเซ่น ก็ควรจะมีประกัน เพื่อเป็นการป้องกันตัวเราและลูกค้า ส่วนการเปิดร้าน นอกจากจะต้องมีไลเซ่นการเปิดร้านที่ถูกต้อง พนักงานในร้านยังต้องมีไลเซ่นด้วย คนที่มีไลเซ่นทำงาน ก้ต้องเรียนต่อทุกปีเพื่อเอาเครดิส ซีอียู มาต่อไลเซ่น ถ้าไม่มีก็ต่อไม่ได้ค่ะ อันนี้เป็นการกระตุ้นให้หมั่นหาความรู้ไปในตัว
พี่แปค่ะ แล้วกรณีที่จะไปเปิดกิจการสปาเป็นเพียงเจ้าของกิจการ(จ้างพนักงานที่มี License)จำเป็นต้องมี certificate อะไรหรือเปล่า แล้วต้องไปลงเรียนพวกการนวดต่างๆเพิ่มหรือไม่ หรือว่ามีเพียง license ในการขออนุญาตประกอบกิจกรรมการอย่างเดียวค่ะ
ขอโทษที่ตอบช้า่ค่ะ เพิ่งไปสัมภาษณ์ที่ลาส เวกัสกลับมา ยังไม่มีคำตอบให้ แต่จะพยายามสืบถามจากท่านอื่นๆ มาให้นะคะ ไม่ทราบอยู่รัฐไหนเอ่ย เพราะกฎระเบียบแต่ละรัฐไม่เหมือนกัน
สวัสดีค่ะ พี่แป ตอนนี้ yana มาถึงเมกาแล้วค่ะ รอแต่งงานนะค่ะ และหลังแต่งงานเด๋วจะปรับสถานะ และจะขอยื่นเอกสารในการทำงานด้วย ตอนนี้อยู่รัฐ Richardson Tx, ก้อเลยอยากทราบว่าโรงเรียนตรงไหนบ้างที่เราจะไปเรียน เพิ่มเติมทางด้านสปาบ้างนะค่ะ แล้วงานสปาแถวนี้ ก้อไม่ทราบว่า อยู่ตรงส่วนไหน เพราะตอนนี้เพิ่งมาถึงได้สามอาทิตย์อะค่ะ ขอบรบกวนพี่แป ช่วยเหลือด้วยนะค่ะ ขอบคุณ ที่สุดในโลกเลยค่ะ
ตอนนี้เพิ่งย้ายมาอยู่เมกาค่ะ อยากทำงานนวด เคยมีประสบการ์ณนวดที่ประเทศอื่นมา แต่ได้ยินว่าถ้านวดที่เมกา ต้องเรียนใหม่และต้องมีไลเซ่นของเมกาเท่านั้น อยากได้ข้อมูลเพิ่มเรื่องแหล่งที่เรียนแถว secremeto,california และค่าใช้จ่ายที่พอจะได้ไลเซ่นมาประกอบการสมัครงาน หรือมีร้านไหนที่ต้องการพนักงานนวดและเรียนเพิ่มเติมไปพร้อม ๆ กันไม๊คะ รบกวนช่วยหาข้อมูลเพิ่มเติมให้หน่อยนะคะ
ที่เรียนนวด ลองเข้าไปดูในเว็บ เลือกดูนะคะ
http://www.google.com/search?hl=en&source=hp&q=massage+school+sacramento+ca&aq=1&oq=massage+school,+Sacra&aqi=g2
ส่วนไลเซ่นน่าจะได้จากทางโรงเรียนเลยหลังเรียนจบ หรือลองถามดูที่โรงเรียนได้ ทั้งนี้แต่ละเมือง แต่ละ city ก็มีกฎเกณฑ์และเก็บค่าไลเซ่นไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะไปทำงานที่เขตเมืองไหนนะคะ
แต่ได้ยินมาว่ารัฐแคลิฟอร์เนียกำลังพยายามรวบจากซิตี้ขึ้นมาดูแลเอง ใช้กฎเกณฑ์แบบเดียวกัน
จะทำงานไปเรียนไป คงต้องหางานอื่นทำแบบ part-time ไม่ค่อยมีร้านนวดไหนออกค่าเรียนให้ เพราะต้องได้ใบมาก่อนจึงเริ่มงานได้คะ รายได้ส่วนใหญ่ก็แบ่งกันคนละครึ่งกับทางร้าน
โชคดีนะคะ
ตอนนี้ได้วีซ่าท่องเที่ยวเมกา 10 ปี ทำงานสปาเป็นหัวหน้าอยู่โรงแรม มีความคิดว่าอยากไปทำงานสปาที่เมกา แต่หาข้อมูลการเข้าไปทำงานสปาที่เมกาแล้วยากมาก เพราะว่าต้องเข้าไปเรียนที่นั้นก่อน ถ้าเป็นเรียนก็คงไม่มีเงินแยะมากพอที่จะไปเรียนนะค่ะ พอมีใครแนะนำร้านสปาที่ฮาวายให้หน่อยได้ไหมค่ะ หางานทำก่อน หลังจากมีงานและมีเงินแล้วถึงจะไปเรียนเพื่อเอาไลเซ็นนะค่ะ
ตอนนี้ได้วีซ่าท่องเที่ยวเมกา 10 ปี ทำงานสปาเป็นหัวหน้าอยู่โรงแรม มีความคิดว่าอยากไปทำงานสปาที่เมกา แต่หาข้อมูลการเข้าไปทำงานสปาที่เมกาแล้วยากมาก เพราะว่าต้องเข้าไปเรียนที่นั้นก่อน ถ้าเป็นเรียนก็คงไม่มีเงินแยะมากพอที่จะไปเรียนนะค่ะ พอมีใครแนะนำร้านสปาที่ฮาวายให้หน่อยได้ไหมค่ะ หางานทำก่อน หลังจากมีงานและมีเงินแล้วถึงจะไปเรียนเพื่อเอาไลเซ็นนะค่ะ พอจะหางานได้ไหมค่ะ