ที่พึ่งทางใจ
อย่างหนึ่งที่ “แป” ชอบเกี่ยวกับอเมริกา คือ อเมริกาเป็นประเทศเสรี เปิดกว้างทางศาสนาและความเชื่อ อาจเนื่องมาจากดินแดนแห่งนี้ เริ่มมาจากผู้คนที่อพยพมาจากยุโรป เพราะถูกบีบเค้น บังคับให้นับถือเพียงศาสนาเดียว ดังนั้นในรัฐธรรมนูญของอเมริกาจึงบัญญัติไว้เลยค่ะว่า ทุกคนมีเสรีภาพทางการแสดงออก คำพูด และความเชื่อ (ซึ่งไม่ขัดกับกฎหมาย)
“แป” ได้มีโอกาสไปเที่ยวแถวๆ อ่าวย่านแคลิฟอร์เนียทางตอนเหนือ เขต Bay Area ซึ่งเป็นเขตหนึ่งที่มีความทันสมัย Hips กิ๊บเก๋แปลกใหม่ สุดยอดของโลก และได้แวะเวียนไปเที่ยว “ที่พักพิงอิงใจ” มาหลายแห่งเชียวค่ะ อยากมาเล่าให้ฟัง
ที่แรกเป็นโบสถ์ Memorial Church เป็นศูนย์กลางของมหาวิทยาลัยดัง Stanford University ภายนอกงามเด่นมองเห็นได้แต่ไกล หลังคาสีแดงเพลิง หน้าจั่วมีเศษกระเบื้องโมเสกปะต่อกันเป็นภาพได้อย่างน่าทึ่ง ภายในก็มีกระจกแก้วสี สง่าน่าตะลึง อลังการงานขลัง จนศิษย์เก่าขอเข้าคิวจองรอกันเป็นแถวยาว เพื่อจัดงานแต่งงาน คิวรอประมาณสองปี ก็ยอมรอกันคะ
เช้าวันต่อมา ได้ไปวัดเวียตนาม เป็นพุทธคล้ายบ้านเราค่ะ ภิกษุกับภิกษุณีใส่จีวรสีเหลืองอ่อนแบบพระสงฆ์ไทย แต่มีผ้าคาดคลุมอีกผืนที่ดูไม่เหมือนกันนะคะ คนที่วัดก็ใจดีมาก ขนาดวันรุ่งขึ้นจะมีงานใหญ่ ทุกคนยุ่งเตรียมงานกัน แต่ทุกคนก็มีกะใจต้อนรับอย่างดี แถมชวนกินข้าวฟรีด้วย ก่อนกินพระสวดก้องศาลา เสียงกระดิ่งแกว่งรับกับเสียงตีฆ้อง ประสานกันกับเสียงสวด แม้จะเป็นภาษาที่ฟังไม่เข้าใจ แต่เหมือนใจรับรู้ได้ ซึ้งจนน้ำตาคลอเชียวค่ะ
อีกวันรุ่งขึ้น ได้ขับรถขึ้นเขา ลัดเลาะทางคดเลี้ยว ไปเยี่ยมชม Zen Center ศูนย์ปฏิบัตินิกายเซน มีพระฝรั่งโกนผมทั้งหญิงชาย ใส่ชุดคล้ายยูกาตะ สีน้ำเงินเข้มแบบผ้าม่อห่อม มีคนมาเข้าค่ายฝึกจิต ช่วยทำสวนปลูกผัก ผู้คนที่นี่จะเงียบๆ ไม่พูดจา ไม่ทักทาย ประมาณว่าใช้เวลาดูจิตของตน แต่คนมาเยี่ยมชมจะเดินไปไหนๆ ก็ไม่มีใครว่าอะไร ถามหาห้องน้ำก็มีคนยินดีตอบให้อย่างละเอียดค่ะ ในความเงียบมีความเมตตา ในความสงบมีสติ
และพลาดไม่ได้สำหรับ “แป” คือวัดไทยค่ะ ได้แวะไป วัดพุทธประทีป ซานฟราน เช้าวันอาทิตย์ซึ่งมีเปิดร้านอาหารขายของ “แป” เลยได้ทำสังฆทาน รับน้ำมนต์ สายสิญจ์ และยังได้ซื้อของกินอร่อยๆ ด้วย อิ่มทั้งบุญ อิ่มทั้งท้อง
การเดินทางอย่างไม่ตั้งใจ ได้ไปเยี่ยมเที่ยวที่พักทางใจครั้งนี้ ได้ข้อคิดเลยค่ะว่า ไม่ว่าจะศาสนา ลัทธิ หรือนิกายใด ถ้าเป็นของดี สอนสั่งให้คนเป็นคนดี ทำกรรมดีแล้วไซร้ ภาษาหรือวัฒนธรรมก็ไม่เป็นอุปสรรค ในการสื่อสารหรือการส่งความเข้าใจถึงกัน
รักกันไว้เถิด เพื่อนร่วมโลกเดียวกัน เห็นด้วยไหมคะ





2 Comments on “ที่พึ่งทางใจ”
โบสถ์ Memorial Church สวยจังเลยค่ะถ้าได้มีโอกาสได้เห็นภาพบรรยากาศภายในโบสถ์ก็คงดีนะคะ มีข้อสงสัยถามผู้เขียนนิดนึงนะคะ เวลาไปสักการะพระพุทธรูปในวัดไทยที่อเมริกามีการจุดธูปแบบที่เมืองไทยมั้ยคะ แล้วตามวัดจีนที่เค้านิยมจุดธูปบูชากันเยอะ ๆ เหมือนแถวเยาวาชบ้านเรา ที่อเมริกาเค้าอนุญาตให้ทำเหมือนเมืองไทยหรือเปล่า (แบบว่า ควัน ขโมง ทั้งวัด น่ะค่ะ)
พูดถึงธูปในวัดจีนที่เมืองไทย ทำให้จำได้แม่นเลย ตรุษจีนทีไร ควันโขมง ลืมหูลืมตาไม่ขึ้นจริงๆ
ที่เมกามีการจุดธูปในวัดค่ะ แต่ก็คนละสามดอก คนก็ไม่เยอะมาก เลยพอไหวนะคะ แถมที่เมกามีกฏว่าตึกอาคารต้องมี smoke alarm ขืนจุดธูปควันเยอะ กริ่งจะดังเรียกรถหวอมาค่ะ
เคยมีวัดไต้หวัน ทำคนและตำรวจแตกตื่นมาแล้ว ตั้งแต่นั้นมาเลยต้องคอยเปิดหน้าต่างและให้คนทยอยพลัดกันจุดนะคะ