โอกาสในวิกฤต

This item was filled under America, Xtra

ข่าวเศรษฐกิจอเมริกา (US Economic) ที่ถูกเสนอไปทั่วโลก เต็มไปด้วยความเลวร้าย ธนาคารล้ม บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่เตรียมพับ คนตกงานตรึม บ้านโดนยึดโดนทิ้ง ตลาดหุ้นดิ่งเหว ในความมืดมิดนั้น แสงสว่าง ที่คนทั่วไปพอจะใช้ปลอบใจตัวเองได้คือ กัดฟันสู้

แต่หากมองดูรอบๆ ตัว อย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่โดนครอบงำด้วยจิตที่วิตกหวั่นกลัว (Fear) แล้วนั้น จะเห็นได้ว่า มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจที่คนอื่นๆ นิยามว่า “วิกฤต” (Crisis) คะ

ดอกเบี้ย (interest rate) กู้ซื้อบ้าน ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์อันยาวนาน (4.5% ขณะที่เขียนบทความนี้) แทบจะต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ จึงเหมือนกู้แบบได้เปล่า อีกทั้งราคาบ้านก็ถูกสุดๆ บ้านพันๆ หลังในรัฐที่ “แป” อยู่ ราคาไม่กี่หมื่นเหรียญ หาซื้อคอนโดในกรุงเทพยังไม่ได้ นี่ได้ทั้งบ้านและที่ดิน

good deals มีให้เลือกหาเกือบทุกวัน ทั้งคนหาซื้อบ้านเพื่ออยู่เอง (homeowner) ทั้งนักลงทุนซื้อมาซ่อมแล้วขายต่อ (Fix & Flip) และทั้งคนที่ซื้อมาปล่อยให้เช่า (landlord) หรือซื้อมาถือไว้รอให้ราคาขึ้น (investor) ต่างแย่งกันซื้อ (time to Buy) บ้านดีราคาถูกไปเร็วมากค่ะ หลายๆ หลังแค่สองวันขายได้แล้ว บางหลังได้สัญญาขอซื้อเป็นสิบฉบับ จนปิดรับแทบไม่ทัน

สินค้าราคาถูกลง พอบริษัทขายของได้น้อยชิ้นลง เพราะลูกค้าคิดมากขึ้นก่อนจ่าย กลยุทธ์ที่starbucksนิยม -ตัดราคา- จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ซื้อก็หาซื้อสินค้าเดิมๆ หรือใกล้เคียงได้ในราคาที่ถูกลง เช่น สตาร์บัค Starbucks ออกชุดอาหารเช้าแค่ $3 กว่า ปกติกาแฟอย่างเดียวก็ $4 แล้วล่ะคะ รถโตโยต้า Toyota ที่ไม่เคยทำ 0%  financing ไม่คิดดอกเบี้ยกู้ ก็มีให้เห็นคราวนี้ละค่ะ

ร้านอาหารต่างๆ ก็มีช่วงเวลา “สมนาคุณ” happy hours ให้เลือกจนลายตา อยากจะมีสักสามกระเพาะไปกิน ร้านหรูๆ ที่คนอย่างเราไม่เคยกล้าเฉียดไปอ่านเมนูหน้าร้าน ตอนนี้ก็มีโปรโมชั่นสุดพิเศษ อาหารกลางวันอย่างดีแค่ $10-15 มีให้เห็นทั่วไป แถมคนกินน้อยลง เราก็ไม่ต้องไปแย่งกับใครๆ ให้วุ่นวาย ได้รับบริการเต็มที่ พนักงานเอาใจมีเวลาให้

และเพราะบริษัทต้องควบคุมหรือตัดรายจ่าย ทุกคนต้องคิดค้นหาทางเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล ต้องรีดเค้นสิ่งที่มีอยู่ให้ออกผลได้สูงสุด ดังนั้นความคิดใหม่ๆ และ innovation ที่มีประโยชน์จะเกิดขึ้นตามมา ระบบบริหารงานที่เคยหละหลวมก็จะรัดกุม สร้างแม่แบบการบริหารองค์กรและธุรกิจที่ดีต่อไปในอนาคตแน่นอนคะ

โลกเขียวขึ้น คนอเมริกันใช้ทรัพยากรธรรมชาติ (consume natural resources) มากที่สุด (ทั้งต่อคน และต่อประเทศ) พอเศรษฐกิจไม่ดี คนที่นี่จะซื้ออะไรก็คิดแล้วคิดอีก จากที่byobเคยซื้อเพราะอยากได้ (want) ก็หันมาซื้อเท่าที่จะเป็น (need) ร้านค้าก็สนับสนุนให้นำถุงมาใส่ของเอง (bring your own bag-BYOB) ผู้ผลิตสินค้าก็ลดวัสดุห่อสินค้า (packaging) ขยะบนโลกก็ลดลง

ผู้คนยอมอยู่บ้านหลังเล็กลง เพื่อตัดรายจ่ายค่าบ้าน ค่าไฟกับค่าภาษีโรงเรือน พื้นที่สำหรับสัตว์ป่าหรือเจ้าถิ่นที่อยู่มาก่อน ก็มีเหลือเพิ่มขึ้น ชอบค่ะ

ครอบครัวก็ (จำเป็นต้อง)รักกันมากขึ้น เพราะต้องมาหันหน้าคุยกันเรื่องการเงิน จะมีเงินพอเกษียณไหม จะส่งลูกไปมหาวิทยาลัยไหนถึงคุ้มที่สุด จะซื้ออะไรกินในแต่ละมื้อดีจ้ะที่รัก จะไปเที่ยวที่ไหนที่ไม่แพง อีกทั้งหลายครอบครัวที่ลูกๆ เคยแยกไปอยู่ลำพังตามค่านิยม “พึ่งตนเอง” Independence หรือเพื่อนร่วมห้องร่วมบ้านที่เคยทะเลาำะกันนิดหน่อยก็ย้ายออก ตอนนี้ก็หันมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ถือคติ พร้อมให้อภัยและ “รวมกันเราอยู่” แทนค่ะ

หลายบริษัท รวมถึงหุ้นหลายตัวในตลาด ก็กำไรเพิ่มขึ้นในสภาวะการณ์เช่นนี้ค่ะ ดูอย่าง McDonald’s ขาย $1 menu (รายการอาหารเหรียญเดียว) หรือ WalMart ร้านขายปลีกที่มูลค่าสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก ภาพลักษณ์สินค้าราคาถูก ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นในวิกฤตขณะนี้

ในทุกความยากลำบากมีโอกาสเสมอ เราเพียงแต่ต้องเปิดตามองและทำใจเชื่อ

อย่างที่คุณ Warren Buffett คนที่รวยที่สุดในโลกบอกไว้เมื่อไม่นานมานี้นะคะ “be greedy when others are fearful”

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

2 Comments on “โอกาสในวิกฤต”

  • nong-one
    23 February, 2009, 10:31

    สตาร์บัคเมืองไทยก็มีกลยุทธกับเค้าเหมือนกันนะคะอย่างกับที่ผ่านมาก็มีโปรแกรม Treat Receipt มอบส่วนลด 50% ให้กับลูกค้าที่ซื้อสตาร์บัคส์ประเภทใดก็ได้ขนาดใดก็ได้ 1 แก้วในช่วงเวลาตั้งแต่เปิดร้านจนถึง13.00 น. โดยนำใบเสร็จรับเงินจากการซื้อเครื่องดื่มนั้นมาแสดงในราคาลด 50% ตั้งแต่เวลา 13.01 น.จนถึงเวลาร้านปิด แต่โปรแกรมนี้หมดเขตไปเมื่อ19กุมภานี้เองค่ะ (แต่ถ้าต้องซื้อวันละ 2 แก้ว อันนี้ก็ต้องคิดนานอยู่นะคะ)

  • usabypacific
    23 February, 2009, 10:46

    อืมม์ ยกนิ้วให้การทำโปรโมชั่นที่เมืองไทยจริงๆ สร้างสรรค์เสมอ ถ้าทำที่นี่อาจขาดทุนเพราะบางคนกินวันละสี่ห้าแก้วนะคะ

    เห็นในหนังสือที่สตาร์บัคออกพิมพ์จำหน่าย มีชมสาขาเซ็นทรัลชิดลมด้วยนะ ว่าพนักงานจำได้ว่าผู้บริหารท่านสำคัญชอบดื่มอะไร

    เรื่องบริการนี่ คนไทยกินขาดเสมอค่ะ ขอชมๆๆ

Leave a Comment