พิมพ์ลายนิ้วมือ
เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ใบนัดไปพิมพ์ลายนิ้วมือที่ศูนย์ในเมือง เป็นขั้นตอนหนึ่งของการสมัครสัญชาติอเมริกานะคะ
พูดถึงว่าต้องไปพิมพ์ลายนิ้วมือ Finger Print แล้วก็ให้หวั่นใจ เพราะเวลาดูหนังฝรั่งแนวสืบสวนสอบสวน อย่างซี่รี่ย์โปรดปลื้ม CSI จะต้องมีฉากสแกนลายนิ้วมือหาตัวผู้ร้าย หรือให้ผู้ต้องสงสัยพิมพ์ลายนิ้วมือ การพิมพ์ลายนิ้วมือจึงเหมือนเกี่ยวข้องกับการทำอะไรผิดกฎหมายไป (ถ้าเป็นเมืองไทยก็คงคิดถึงตอนถังแตก เข้าโรงจำนำนะนิ)

จริงๆ การพิมพ์ลายนิ้วมือที่อเมริกานั้น ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวโยงไปกับอะไรมิดีมิร้ายเสมอไปค่ะ เป็นแค่ขั้นตอนของรัฐ ที่ต้องการเก็บข้อมูลแต่ละบุคคล เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นใคร ไปทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร ก็เท่านั้น ข้อมูลทั้งหมดก็เก็บไว้ที่หน่วยสืบสวนส่วนกลาง FBI (Federal Bureau of Investigation)
อย่างที่เคยได้ยินมา (จริงแค่ไหน ไม่ขอยืนยันค่ะ) ว่ามีกรณีคู่สามีภรรยาคนไทย แจ้งว่าสามีตาย ภรรยาได้เงินประกันไปมากมาย ต่อมาหลายปีคนตายโผล่กลับมาใหม่ ทำหน้า เปลี่ยนชื่อ แต่ปลอมลายนิ้วมือไม่ได้ เลยโดนด่านตรวจคนเข้าเมืองจับได้ว่า ตายแล้วฟื้น จึงยอมรับสารภาพว่าเมียหยุดส่งเงินให้ เลยต้องกลับมาตาม (ตบเมีย ทวงเงินคืน)
การพิมพ์ลายนิ้วมือที่อเมริกานี่ ทันสมัย รวดเร็วมาก นำจดหมายนัดกับบัตรที่มีรูปถ่าย ไปถึงสถานที่และเวลาตามที่ระบุไว้ ห้ามนำกล้อง โทรศัพท์มือถือ เครื่องบันทึกเทปเข้าไปนะคะ กรอกเอกสารหนึ่งหน้า และรอเจ้าหน้าที่เรียก
สมัยก่อนที่ต้องมือเลอะหมึกดำๆ แปะๆ นิ้วบนกระดาษ กว่าจะล้างหมึกออกได้ยิ่งกว่าตราบาปติดตัว ต่อมามีหมึกแบบเช็ดออกง่ายหน่อย ให้โล่งใจ แต่เดี๋ยวนี้ทันสมัยสมยุคศตวรรษใหม่คะ เครื่องพิมพ์เป็นดิจิตอล แค่มือเปียกน้ำ กดบนแผ่นเซนเซอร์ มีเลเซอร์สีแดงวิ่งผ่าน คล้ายๆ เครื่องถ่ายเอกสาร ก็สแกนลายนิ้วมือได้ แว่บๆ แป็บๆ ก็เสร็จเรียบร้อย ไม่เลอะเทอะเลยค่ะ
เจ้าหน้าที่ที่คอยจับนิ้วพิมพ์ จะพิมพ์นิ้วโป้งซ้าย สี่นิ้วรวมกันด้านซ้าย และสลับไปแบบเดียวกันด้านขวา จากนั้นก็พิมพ์ทีละนิ้ว จนครบสิบนิ้ว (นิ้วมือนะคะ นิ้วเท้าไม่ต้องค่ะ) ทุกอย่างบันทึกเก็บเป็นดิจิตอล ใส่ไฟล์ส่งไปหน่วยงานกลาง รวดเร็วราวกระพริบตาเชียวค่ะ
พอ FBI ได้ลายนิ้วมือเราไปแล้ว เขาก็จะไปสืบดูว่าเราเคยทำอะไรมาแล้วบ้าง หากไม่มีอะไรเลวร้าย เสียหาย ก็จะยอมให้เราดำเนินการต่อไปเพื่อเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ
ในยุคที่มนุษย์สร้างโลก ทำได้แทบทุกอย่าง เปลี่ยนได้เกือบทุกสิ่ง เราก็หนีสิ่งที่ติดตัวเรามาไม่พ้น สิ่งลางๆ มองแทบไม่เห็น แต่บ่งบอกปัจเจกแห่งตัวตน ที่เรียกว่า “ลายนิ้วมือ”



