คนอเมริกันกับการใช้ทรัพยากร
คนอเมริกันถูกจัดให้เป็นอันดับหนึ่ง (ในทางไม่ค่อยดีนัก) ที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ (consume natural resources) ฟุ่มเฟือยที่สุดในโลก
ที่น่าห่วงหนักขึ้นไปอีก ก็คือ ทุกวันนี้คนในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกก็เริ่มจะบริโภคทรัพยากรแบบคนอเมริกันด้วย ประมาณว่าถ้าทุกคนบนโลกเป็นแบบอเมริกันชน ต้องมีโลกถึง 7 ใบกว่าจะพอให้ถลุง
แต่ก่อนจะว่ากล่าวคนอเมริกันช่างใช้ ก็ต้องพยายามเข้าใจเขาก่อนดีกว่า ใช่ไหมคะ ไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ก็ไม่ด่วนประนามใครค่ะ
อเมริกาเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ประเทศหนึ่งกว้างใหญ่ขนาดจัดเป็นทวีปได้ มีธรรมชาติทุกรูปแบบ แถมรวย (หรือเคยรวย ตอนนี้ไม่แน่ใจยังรวยอยู่ไหม) ขาดอะไรก็สั่งซื้อเข้ามาได้ เหลืออะไรเอาไปขาย ใครๆ ก็อยากซื้อสินค้าซึ่งได้มาตราฐาน ตีตราว่าทำมาจากยูเอสเอ
ดังนั้นอเมริกาจึงไม่เคยขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ คนอเมริกันเองโตมา ก็เลือกที่จะอยู่แบบมี หรือไม่มีทรัพยากรธรรมชาติก็ได้ ไม่ชอบที่ใดก็อพยพย้ายเมืองกันง่ายๆ
ด้านสาธารณูปโภค รัฐก็จัดให้อย่างดี (ไม่งั้นโดนด่า โดนฟ้องร้อง โดนตรวจสอบ) เปิดก๊อก น้ำก็ไหลแรงตลอดเวลา เปิดสวิสต์ ไฟก็ติดเสมอ
ด้านของใช้ เอกชนก็แข่งกันให้บริการ ขับรถออกถนน ก็มีปั๊มให้เติมน้ำมันแทบทุกระยะ ไปกินข้าวข้างนอก ก็มีช้อนส้อมพลาสติก ให้หยิบใช้สบาย ที่สำคัญสำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ คือ ไปห้องน้ำไม่ว่าถิ่นกันดารแค่ไหน ก็ยังมีกระดาษทิชชู่ไว้ให้เช็ดส่วนสำคัญของร่างกาย
การที่คนคนหนึ่งจะเห็นคุณค่าของสิ่งหนึ่ง ของสิ่งนั้นต้องเป็นของหายาก หรือได้มาด้วยความลำบาก ในสายตาหรือความรู้สึกนึกคิดของคนๆ นั้น เช่น เงินหนึ่งบาทมีค่ากับคนมีหนึ่งร้อยบาท มากกว่าคนมีหนึ่งพันบาท จริงไหมค่ะ
ไม่อยากให้อเมริกาต้องถึงขนาด ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ คนอเมริกันต้องตื่นขึ้นมาเช้าวันหนึ่ง แล้วพบว่าไม่มีน้ำให้แปรงฟัน ไม่มีไฟให้เป่าผม ไม่อยากให้ต้องถึงขนาดนั้นกว่าอเมริกันจะได้บทเรียน รู้ซึ้งถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่คิดว่าได้มาง่ายๆ
ทุกวันนี้อเมริกันก็ปรับปรุงตัว พยายามเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ร่วมประหยัดทรัพยากร เช่น ใช้ถุงผ้าไปซื้อของ ตื่นตัวกับเหตุการณ์โลกร้อน เช่น รณรงค์ให้ใช้รถร่วมสาธารณะหรือจักรยาน แทนที่จะขับรถยนต์ส่วนตัว
ในส่วนของประเทศกำลังพัฒนา “แป” ก็ไม่อยากให้ผู้คนมองอเมริกันด้วยความอิจฉาที่สามารถถลุง ถลวงทรัพยากรได้ตามใจอยาก แต่อยากให้รัฐจัดสรรค์ทรัพยากรให้ถึงประชาชนอย่างพอเพียง มีส้วมสะอาด มีน้ำใสดื่มกินได้ ผู้คนไม่ต้องเครียดว่า ตื่นมาจะมีน้ำราดส้วมไหม
ส่วนไฟฟ้า ก็เป็นเรื่องใหญ่ หากคิดจะพัฒนาให้ก้าวทันโลก ไฟดับกลางสยามสแควร์ และในห้างพารากอน (ในวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันพายุถล่ม อย่างที่ไปเห็นกลับตาตอนกลับเมืองไทย) เป็นอะไรที่รับไม่ได้ (เพราะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ และควรจะป้องกันไว้ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อสาธารณชน)
ปฏิเสธไม่ได้ค่ะว่า โลกทุกวันนี้หนีไม่พ้นการจัดการทรัพยากร (resources management) มีมากใช้มากก็ไม่ดี ไม่มีและยังใช้ไม่เป็น ก็ไม่ดีอีก
นอกจากนี้โลกที่เชื่อมต่อถึงกันเป็น โลกาภิวัฒน์ (globalization) แบบปัจจุบันนี้ การมีพร้อมให้ใช้ “highly availability” เป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาประเทศค่ะ ส่วนจะใช้หรือไม่ใช้ จะใช้อย่างไรนั้น ทุกคนคงต้องร่วมกันคิดให้ดีก่อนใช้นะคะ
ขอเห็นแก่ตัวด้วยการรักษ์โลกของเราใบนี้คะ





