เปิดบัญชีธนาคารในอเมริกา

This item was filled under Come to USA, Useful Words

วันนี้ไปเปิดบัญชีใหม่กับธนาคารแห่งหนึ่งมาค่ะ เพราะเขาหลอกล่อว่า ถ้าเปิดบัญชีใหม่กับเขา เขาจะให้เงิน $100 ..ใครจะปฎิเสธเงินได้ลงคอนิ

wellsfargoหากจะมาอยู่อเมริกาสักระยะ การไปเปิดบัญชีธนาคารเป็นสิ่งแรกๆ ที่ควรทำทันทีที่มาถึงค่ะ เป็นการสร้างคะแนนเครดิต (Credit score) และหลักฐานการเงิน จะได้ใช้จ่ายบัตรเครดิตโดยตรง (ไม่ต้องใส่ซองส่งไปรษณีย์ทุกเดือน) หรือใช้เช็คจ่ายรายจ่ายต่างๆ (จะได้มีหลักฐานว่าจ่ายแล้ว)

ก่อนไปเปิดบัญชี ลองหาข้อมูลและเงื่อนไขของบัญชีแต่ละประเภทของธนาคารต่างๆ จะผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือถามคนรู้จัก ถามเจ้าหน้าที่ธนาคารก็ได้ค่ะ เพราะมีประเภทบัญชีให้เลือกมากมาย แบบเป็นนักเรียน (student account) แบบต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อยเท่าไร ห้ามต่ำกว่านั้น (minimum balance) แบบเงินจะโอนจากบัญชีกระแสรายวัน เข้าบัญชีออมทรัพย์โดยอัตโนมัติทุกเดือน (automatic transfer – เพิ่งเจอไปวันนี้นี่เอง) แบบต้องมีเงินรายได้ (จากงานที่ทำ) เข้ามาประจำทุกเดือน (direct deposit) ดังนั้นควรถามเงื่อนไขต่างๆ ให้แน่ใจก่อนเลือกประเภทบัญชีนะคะ

ส่วนการไปเปิดบัญชีที่อเมริกานั้นไม่ยากค่ะ ธนาคารไหนๆ ที่ใดบนโลกก็ต้อนรับคนเอาเงินมาให้เสมอ เดี๋ยวนี้ก็ใช้เอกสารน้อยกว่าเมื่อก่อนมาก (ได้ยินมาว่าบางธนาคารไม่สนใจว่าเป็นประชากรถูกกฏหมายหรือไม่ ยินดีต้อนรับทุกคน) โทรหรือเดินเข้าไปถามธนาคารได้ค่ะว่าต้องการเอกสารใดบ้าง

ที่ “แป” ไปมาวันนี้ ก็ใช้ีบัตรที่มีรูปถ่าย 2 ใบ เช่น ใบขับขี่ของอเมริกา บัตรนักศึกษาของโรงเรียนที่นี่ พาสปอรต์ของประเทศไทย หรือถ้ามีบัตรเงินสด (debit card) ของธนาคารอื่นในอเมริกาก็ใช้ได้ค่ะ

ที่น่าตื่นเต้นก็ตรงที่ต้องพูดภาษาอังกฤษ แต่อย่ากลัวไป เพราะเจ้าหน้าที่เขาใจดี บางแห่งเขาก็มีเจ้าหน้าที่พูดได้หลายภาษา คำถามทั่วไปก็เช่น ที่อยู่ อาชีพที่ทำ จะเปิดบัญชีด้วยเงินจำนวนเท่าไร ต้องการบัญชี Saving (ออมทรัพย์)  หรือ Checking (กระแสรายวัน) และหมายเลข social security (SSN) bofa

เขาอาจชวนคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ เพราะพนักงานได้รับการอบรมมาให้สร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า ก็ต้องจ๊อเจ๊าะหน่อย เราก็คุยๆ ตอบๆ ถือว่าเป็นการฝึกภาษาอังกฤษไปนะคะ ไม่ต้องเกร็งค่ะ

นอกจากนี้ ตอนนี้แทบทุกธนาคารจะทำ online banking ให้ลูกค้าดูเงินในบัญชี (check balance) โอนเงินข้ามบัญชี (transfer) จ่ายเงิน (payment) เป็นต้น โดยทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารได้เลย ดังนั้นเขาก็จะให้เราตั้ง user name (ผู้ลงชื่อเข้าใช้) กับ password (รหัสผ่าน) ก็คิดไปเผื่อๆ ไว้นะคะ ส่วนใหญ่ก็จะต้องมีตัวอักษร (Alphabet) ผสมกับตัวเลข (Number) เอาให้แน่ใจว่าเราจำได้นะ แต่จะมาแก้ไขเปลี่ยนทีหลังบนเน็ตได้คะ

บางธนาคารจะส่งสมุดเช็ค (check book) กับบัตรเงินสด (debit card) มาให้ทีหลัง ตามที่อยู่ที่เราให้ไป (หลายแห่งก็ให้สมุดเช็คชั่วคราวมาเลย) ต้องถามเขาว่าใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้ หากเกินกำหนดที่เขาบอกไว้ ควรรีบโทรไปถามคะ เพราะเกิดหลงที่อยู่ ใครได้ไปจะอันตราย ได้มาแล้วก็ตรวจสอบชื่อ นามสกุล และเลขบัญชีว่าถูกต้องไหม

“แป” น่ะ เคยเจอเจ้าหน้าที่ลืมทำบัตรให้ ต้องโทรไปทวง เสร็จส่งมาแต่สะกดชื่อผิด (ยิ่งนามสกุลยาวเป็นหางว่าวแบบคนไทย ต้องตรวจดูดีๆ ค่ะ) “แป”กลับไปปิดบัญชีเลย กลัวเขาทำอะไรผิดพลาดอีก ไม่ไว้ใจแล้ว เดี๋ยวทำเงินเราหายไป

ที่สำคัญ (กันต้องไปทำศัลยกรรมหน้า) คือ อย่าได้เอ่ยปากขอสมุดบัญชีเด็ดขาด เพราะเขาไม่มีให้ค่ะ มีแต่กระดาษใบเสร็จรับเงิน คล้ายๆ ที่ได้จากตู้ ATM นั้นแหละค่ะ เก็บไว้ดีๆ นะคะ

เงินทองจะฝากไว้กับใครที่ไหน ก็ขอให้งอกเงยและปลอดภัยนะคะ

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

10 Comments on “เปิดบัญชีธนาคารในอเมริกา”

  • Miang
    13 March, 2009, 11:27

    ต้องยอมรับว่างงจริง ๆ ตอนที่เปิดบัญชีธนาคารที่นี่แรก ๆ เพราะไม่มีสมุดเงินฝากให้กับเรา พอไปเช็คยอดกับตู้ ATM ให้พิมพ์ยอดออกมามันก็คิดเงิน (สมัยนั้น เดี๋ยวนี้สบายแล้วอะไร ๆ ก็ทำ online ได้เกือบหมด)
    บัญชีที่ฝากก็ไม่เหมือนกัน ที่นี่ไม่ค่อยมีใครฝากบัญชีอออมทรัพย์ หรือสะสมทรัพย์(Saving) บัญชีที่เปิดส่วนมาคือ checking เลย ซึ่งที่เมืองไทยนั้นบัญชีกระแสรายวันแบบนี้ส่วนมากจะมีแต่นักธุรกิจที่มี บัญชีเงินฝากประจำก็ไม่มี มีแต่บัตรเงินฝากระยะยาว (Certificate of Deposit หรือ CD)
    ดอกเบี้ยก็น้อย คนทั่วไปก็เลยมักจะมีแต่บัญชี checking อย่างเดียว เงินเข้ามาแป๊บเดียวก็ไหลออกไปจ่ายบิลต่าง ๆ เสียแล้ว คนที่เก็บเงินได้นี่เก่งจริง ๆ

  • nong-one
    13 March, 2009, 12:32

    คนที่อเมริกาส่วนมากจะใช้ เครดิต กันซะส่วนมากนะคะเท่าที่อ่านดู ถ้าเปรียบเทียบกับเมืองไทยแล้ว การฝากสะสมทรัพย์จะใช้กันมาก ยิ่งบัญชีฝากประจำนีส่วนมากแล้วคนที่มีอาชีพชนชั้นกลางไม่ใช่นักธุรกิจ ก็จะฝากกินดอกเบี้ยเล็ก ๆ น้อย เผื่อเก็บเอาไว้กินตอนแก่เหมือนตามภาษชาวบ้านที่เค้าเรียกกัน ส่วนบัญชีกระเเสรายวันนี่ส่วนมากก็จะเป็นนักธุรกิจ หรือผู้ที่ทำการค้า ส่วนมากแล้วก็ต้องยื่นการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนก่อน แล้วทางแบงค์ก็จะดำเนินการให้ แต่บางคนก็สามารถเปิดทำการบัญชีได้โดยไม่ต้องเดินบัญชีเลย(หากได้รับความช่วยเหลือจากพนักงานในแบงค์นิดหน่อยนะคะ) แต่ช่วงนี้คิดว่าคนใช้เช็ค ถ้าคิดจะสั่งจ่ายแต่ละใบก็ต้องคำนวณนิดนึงนะคะ เพราะตอนนี้เช็คใบนึงก็หลายตังค์นะคะ

  • usabypacific
    13 March, 2009, 22:17

    จากคอมเม้นท์ของผู้อ่าน ให้้ความรู้เรื่องบัญชีธนาคารในเมืองไทยและศัพท์ เช่น เดินบัญชี (เคยสงสัยมานานว่าแปลว่าอะไร จะเดินไปไหน) ขอบคุณนะคะ
    แต่เห็นว่าตอนนี้ดอกเบี้ยถูก คนฝากจะพอคุ้มค่าอัตราเงินเฟ้อหรือค่ะ แล้วมีข่าวแบงค์หรือสถาบันการเงินล้มแบบที่เมกาหรือเปล่าเอ่ย
    ที่นี่เปิดบัญชีไม่ยุ่งยากเลยค่ะ และคนก็ไม่ค่อยใช้เช็คกันแล้ว ใช้บัตรเงินสดหรือโอนผ่านบัญชี online กันเร็วกว่า สะดวกกว่า ค่ากดเอทีเอ็มก็ถูกลงคะ บางธนาคารให้กดข้ามธนาคารได้ฟรีด้วย
    อ่านเรื่องเจ้าของธนาคารในอเมริกาได้ ในเรื่อง รวยล้านเหรียญ นะคะ ผู้หญิงไทยคนเก่งที่ต้องยกนิ้วให้ในความสามารถของเธอ

  • nong-one
    19 March, 2009, 12:57

    พอเข้าใจแล้วใช่มั้ยค่ะว่า “เดินบัญชี” คืออะไร ตอนเเรกก็ไม่เคยใช้คำนี้เหมือนกันจนได้เริ่มไปทำธุระทางการเงินที่แบงค์บ่อยขึ้นและจำเป็นต้องใช้เอกสารและข้อมูลในการขอทำเช็ค เจ้าหน้าที่ทางแบงค์ได้มีการให้คำแนะนำ และมีคำว่า “เดินบัญชี” ออกมาจากปากเจ้าหน้าที่ด้วยค่ะ ที่มาที่ไปคำนี้คิดว่าน่าจะมาจาก เจ้าหน้าที่ทางธนาคาร ส่วนเรื่องเงินฝากคนไทยส่วนมากก็ยังคงฝากเงินไว้ในธนาคารกัน เพราะก็ยังไม่มีข่าวไม่ดีทางสถาบันการเงินเหมือนที่อเมริกานะคะ ค่ากดเอทีเอ็ม ก็ยังเหมือนเดิมค่ะ กดต่างแบงค์ ต่างสาขา ต่างจังหวัด ก็ยังคงต้องเสียค่าธรรมเนียมเหมือนเดิมค่ะ

  • usabypacific
    19 March, 2009, 22:44

    ที่เมืองไทยมีค่าธรรมเนียมรายปีบัตรเอทีเอ็ม ไหมค่ะ เพิ่งรู้ว่าแบงค์ที่ไปเปิดใหม่นี่คิดปีละตั้ง $12 check card annual fee ไม่เคยเจอกับแบงค์อื่นๆ ดังนั้นจะต้องถามรายละเอียดให้ดีนะคะ เนี่ยเสียค่าโง่ไปเองแล้ว

  • nong-one
    19 March, 2009, 23:10

    มีค่ะค่าธรรมเนียมรายปี ถ้าบัตรเอทีเอ็มธรรมดา ๆ เลยก็ปีละ 200 บาทค่ะถ้าเป็นบัตรเครดิตก็เเล้วเเต่ค่ะ บัตรเงิน บัตรทอง บัตรแพลตตินัม อันนี้ก็เเล้วแต่แบงค์นะคะว่ามีข้อเสนออะไรให้กับผู้ถือบัตรบ้าง บางเเห่งก็อาจฟรีค่าธรรมเนียมปีแรก บางแห่งถ้าผู้ถือบัตรใช้บัตรนี้ตามจำนวนที่เค้ากำหนดต่อปีก็อาจจะฟรีค่าธรรมเนียมก็มีนะคะ อันนี้ก็พอทราบข้อมูลเท่าที่มีถืออยู่เท่านั้นนะคะ ถ้าข้อมูลผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยด้วยนะคะ

  • RUNGO
    28 May, 2009, 11:02

    ตอนนี้ที่เมืองไทยก็ได้รับผลจากคลื่นหลายลูกที่เข้ามากระทบค่ะ ทั้งเศรษฐกิจโลก ความวุ่นวายของการเมืองซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ในไทยก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกันค่ะ สิ่งที่ประชาชนตาดำดำ แก้มยุ้ยๆอย่าง rungo ก็โดนกับเขาด้วยเหมือนกัน คือ แบงค์ต่างพยายามหาเงินเข้ากระเป๋าแทบจะทุกวิธี เดิมเคยฝากขั้นต่ำที่ประมาณ 500 บาท เขาก็มีจดหมายมาบอกว่าต้องเปลี่ยนเป็น 1000 – 2000 บาท เดิมเปิดบัญชีออมทรัพย์ ได้ ATM ก็มาบังคับให้ใช้บัตรเดบิต (เหมือน ATM แต่ใช้แทนบัตรเครดิตได้ แต่ตัดเงินเราทันทีเลย) ของเขา แล้วก็มาเก็บค่าธรรมเนียมที่แพงขึ้น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากก็ต่ำลง สงสัยต้องกลับไปอ่าน “รวยล้านเหรียญ” อีกหลาย ๆรอบ เผื่อจะเกิดแรงบันดาลใจสู้กับอัตราเงินเฟ้อได้ค่ะ

  • usabypacific
    30 May, 2009, 0:22

    คงอย่างที่คุณแอนนิต้าใน รวยล้านเหรียญ พูดไว้ว่า ต้องมีเงินพร้อมคืนแบงค์ ไม่งั้นเขาบีบเรา
    ความสัมพันธ์กับแบงค์คงเหมือน ตบจูบๆ ทั้งรักทั้งเกลียด ไม่มีเขาเราก็อยู่ไม่ได้ อยู่กับเขาก็ต้องระวังตัว
    ก็ขอให้ประชาชนตาดำๆ ทุกๆท่าน อยู่รอดพ้นพิษเศรษฐกิจ มีข้าวกินให้แก้มยุ้ยๆ แบบคุณ Rungo ต่อไปนะคะ เอาใจช่วยค่ะ

  • sue
    25 July, 2010, 19:33

    ขอคำปรึกษาเรื่องธนาคารได้ไหมค่ะ จนปัญญาแล้วจริงๆ
    เรื่องมีอยู่ว่า คุณลุงได้เปิดบัญชีไว้ที่ Bank of america
    ไว้ ตั้งแต่ ปี 84 ตอนนี้ท่านเสียชีวิตปีที่แล้วค่ะ มีเช็คบุ๊ค เอาเงินเข้า ประมาณ หนึ่งแสน เหรียญ

    สาขา LA พยยามติดต่อธนาคารขอดูยอดเงิน ธนาคารไม่ยอมแจ้งยอดจริง บอกแต่ว่า บัญชี actived อยู่
    บอกใบ้เพียงแต่ว่า เงินเหลืออยู่เพียง หลักพันเหรียญเท่านั้น ที่นี้ เราจะสามารถขอดูรายการบัญชีย้อนหลังได้ไหมค่ะ ต้องทำอย่างไรบ้าง จำเป็นต้องหาทนายไหม เพราะไม่ทราบระเบียบการจริงๆค่ะ ทางธนาคารขอเพียงใบมรณบัตร พร้อมคำแปลเท่านั้นเอง แล้วจะให้เงินสดมา แต่ทางบ้านคิดว่าเงินน่าจะเหลือมากกว่านั้น เพราะมีเอกสารการฝากเงินอยู่ ไม่มีถอนออกเลยค่ะ ตอนนี้ก็กลัวแต่ธนาคารจะ freeze บัญชีไว้ ทำอย่างไรดีคะ รบกวนผู้รู้ด้วยค่ะ

  • sue
    25 July, 2010, 19:34

    ขอคำปรึกษาเรื่องธนาคารได้ไหมค่ะ จนปัญญาแล้วจริงๆ เรื่องมีอยู่ว่า คุณลุงได้เปิดบัญชีไว้ที่ Bank of america ไว้ ตั้งแต่ ปี 84 ตอนนี้ท่านเสียชีวิตปีที่แล้วค่ะ มีเช็คบุ๊ค เอาเงินเข้า ประมาณ หนึ่งแสน เหรียญ สาขา LA พยยามติดต่อธนาคารขอดูยอดเงิน ธนาคารไม่ยอมแจ้งยอดจริง บอกแต่ว่า บัญชี actived อยู่ บอกใบ้เพียงแต่ว่า เงินเหลืออยู่เพียง หลักพันเหรียญเท่านั้น ที่นี้ เราจะสามารถขอดูรายการบัญชีย้อนหลังได้ไหมค่ะ ต้องทำอย่างไรบ้าง จำเป็นต้องหาทนายไหม เพราะไม่ทราบระเบียบการจริงๆค่ะ ทางธนาคารขอเพียงใบมรณบัตร พร้อมคำแปลเท่านั้นเอง แล้วจะให้เงินสดมา แต่ทางบ้านคิดว่าเงินน่าจะเหลือมากกว่านั้น เพราะมีเอกสารการฝากเงินอยู่ ไม่มีถอนออกเลยค่ะ ตอนนี้ก็กลัวแต่ธนาคารจะ freeze บัญชีไว้ ทำอย่างไรดีคะ รบกวนผู้รู้ด้วยค่ะ

Leave a Comment