กำหนดการตาย
วันนี้ขอคุยเรื่องครียดนิดนะคะ เรื่อง ความตายคะ
ความตายใครก็หนีไม่พ้น แต่แตกต่างตรงที่แต่ละชาติพันธุ์และแต่ละคนมองและเข้าใจความตายต่างกัน
ได้ไปคุยกับคนจีนคนหนึ่งเขาบอกปู่เขา เลือกที่จะตายโดยอดข้าว และแทบไม่ดื่มน้ำ นอนอยู่เฉยเป็นเวลา 28 วัน ไม่ว่าลูกหลานจะอ้อนวอนอย่างไร จนก่อนลมหายใจสุดท้ายก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงคอ หายใจออกยาวๆ หนึ่งครั้งและหลับถาวรไป
ฟังแล้วนึกถึงการเลือกที่จะตาย และการรู้วาระสุดท้ายของคนบางคนที่เคยได้ยินมา เช่น พระพุทธเจ้าและ เกจิอาจารย์ดังๆ เป็นต้น ความตายคงไม่น่ากลัวเท่าไรนัก หากเราพร้อมและยอมรับมันอย่างยินดี
ที่อเมริกามีข้อถกเถียงเป็นเรื่องใหญ่ที่แต่ละรัฐเห็นต่างกัน ทะเลาะกันไปมาไม่ลงตัว คือ เรื่องการเลือกตายได้ Death with Dignity เช่น คนไข้ป่วยเรื้อรังบางรัฐไม่มีสิทธิ์เลือกตาย
มีกรณีพิพาทรุนแรงที่เป็นข่าวใหญ่ ผู้หญิงได้รับอุบัติเหตุหนัก ไม่มีแววว่าจะหายเป็นคนปกติ สามีให้ปล่อยไปตามที่ภรรยาเคยขอไว้ แม่ผู้หญิงไม่ยอม ประชาชนแตกเป็นหลายฝ่าย
ค่ะ ก็เป็น controversial issue ที่น่าสนใจที่อเมริกานะคะ
what do you think about choosing your own day to die?
Someone can pick the day he/she wants to die. Some are not afraid and get ready before he dies. whereas some refuse to die and request to live as long as possible.
Maybe it is not true to say that “Dying is nothing; Living is a trick”. It is because “death with dignity” is a big controversial issue in America.




One Comment on “กำหนดการตาย”
“คนไข้ป่วยเรื้อรังบางรัฐไม่มีสิทธิ์เลือกตาย” ข้อความของผู้เขียนทำให้นึกถึงสารคดีชุด “ไรท์ ทู ดาย?” (สิทธิในการตาย?) ที่มีประเทศนึงได้นำมาเผยแพร่ภาพเหตุการณ์การช่วยคนไข้ป่วยหนักในระยะสุดท้ายซึ่งป่วยด้วยโรคเซลล์ประสาทเสื่อมจะสิ้นใจ คนไข้กล่าวต่อหน้ากล้องว่า การตัดสินใจใช้วิธีการนี้จะทำให้ทั้งตัวเขาเองและครอบครัวทุกข์ทรมานน้อยลง เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งเขาก็ต้องตาย และเขาจะต้องทำสิ่งนี้ก่อนที่โรคนี้จะทำลายเซลล์ควบคุมกล้ามเนื้อที่สั่งการร่างกายของเขาให้พูด เดิน หายใจ ฯลฯ ไปทั้งหมด เขายังกล่าววอนลูกชายและลูกสาวของเขาที่ปรากฏตัวอยู่ในเทปสารคดีชุดนี้ด้วยว่าให้เข้าใจเขา “พ่อหวังว่าสิ่งนี้จะไม่ทำให้คนที่รักพ่อต้องทุกข์ใจ นี่เป็นการเดินทางที่พ่อจะต้องไป” หลังจากได้มีการแพร่ภาพออกไปก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่ถูกต้องเหมาะสมในการนำภาพนาทีปลิดชีวิตออกมาเผยแพร่สู่สาธารณชน (หรือนี่คือการกำหนดการสิ้นสุดการทำงานของร่างกายอย่างแท้จริง)